การร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

ทนายดนตร์  

จะมีการร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกก็ต่อเมื่อทายาทมีปัญหาหรือมีเหตุขัดข้องในการจัดการทรัพย์มรดก จึงจำเป็นต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกเสียก่อน เพื่อที่จะสามารถดำเนินการจัดการทรัพย์มรดกต่างๆได้

เมื่อบุคคลใดตายทรัพย์มรดกของบุคคลนั้นจะตกทอดแก่ทายาททันที แต่ก็อาจมีเหตุขัดข้องในการจัดการมรดก เช่น การจดทะเบียนโอนที่ดินไม่ได้ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ลูกหนี้ของเจ้ามรดกไม่ยอมชำระหนี้ โดยอ้างว่าต้องมีคำสั่งศาลตั้งผู้นั้นเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงก่อน มิฉะนั้นจะไม่สามารถดำเนินการให้ได้

ร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้เมื่อใด

เมื่อเจ้ามรดกตายและมีทรัพย์มรดก แต่ทายาทมีปัญหาไม่สามารถจัดการได้ หรือมีเหตุขัดข้องไม่สามารถแบ่งปันทรัพย์มรดกได้ จึงมีความจำเป็นที่ทายาทจะต้องตั้งทนายความยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งตนเองหรือบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดก

ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

1. ทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับทรัพย์มรดก

2. ผู้มีส่วนได้เสีย

คุณสมบัติของบุคคลที่จะเป็นผู้จัดการมรดก

ผู้จัดการมรดกนั้นจะเป็นใครก็ได้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นทายาทเสมอไป แต่บุคคลที่จะเป็นผู้จัดการมรดกได้นั้นจะต้อง

1. บรรลุนิติภาวะ (20 ปีบริบูรณ์)

2. ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต หรือบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ

3. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกที่ศาลไหน

ต้องยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลในขณะถึงแก่ความตาย แต่ถ้าเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ต้องยื่นคำร้องต่อศาลที่ทรัพย์มรดกตั้งอยู่ในเขตศาล

ระยะเวลา

เมื่อยื่นคำร้องต่อศาลแล้ว จะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อประกาศหนังสือพิมพ์ ก็จะถึงวันนัดไต่สวน ศาลก็จะทำการไต่สวนคำร้อง หากเอกสารครบถ้วนไม่มีเหตุขัดข้องและไม่มีใครคัดค้าน ศาลก็จะมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกในวันนั้นเลย

เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว

หลังจากไต่สวนคำร้องและศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ผู้ร้องสามารถยื่นคำร้องขอคัดสำเนาคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกที่รับรองสำเนาถูกต้องและใบสำคัญว่าคำพิพากษาถึงที่สุดได้เมื่อพ้น 1 เดือนนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง เมื่อได้รับคำสั่งศาลมาแล้วก็สามารถนำไปเป็นหลักฐานแสดงต่อธนาคาร เจ้าพนักงานที่ดิน หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์มรดกของผู้ตายได้

เอกสารที่ใช้ในการยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก

– เอกสารเกี่ยวกับเจ้ามรดก เช่น บัตรประจำตัวประชาชน และใบมรณะบัตร ทะเบียนบ้านของผู้ตายที่ประทับคำว่า “ตาย”
– เอกสารเกี่ยวกับผู้ร้อง เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน สูติบัตร ใบสำคัญการสมรส
– เอกสารเกี่ยวกับทายาทคนอื่น เช่น บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน มรณะบัตร
– ใบสำคัญการสมรส หรือใบสำคัญการหย่า
– ทะเบียนการรับรองบุตร หรือทะเบียนการรับบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
– ใบมรณะบัตรของผู้ตายหรือ แบบรับรองรายการทะเบียนคนตายของผู้ตาย
– บัญชีเครือญาติผู้มีสิทธิรับมรดก
– เอกสารที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดก เช่น โฉนดที่ดิน , หนังสือรับรองการทำประโยชน์ , หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด , สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร , คู่มือรายการจดทะเบียนรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์
– หนังสือให้ความยินยอมของทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวที่รับรองสำเนาถูกต้อง
– หนังสือให้ความยินยอมของผู้ที่จะเป็นผู้จัดการมรดก (กรณีตั้งบุคคลอื่นเป็นผู้จัดการมรดก)
– หนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ของผู้ร้อง ผู้ตาย ทายาทผู้มีสิทธิรับมรดก (ถ้ามี)

การยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาลนั้น มีขั้นตอนการดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมาย อาจเป็นเรื่องซับซ้อนยุ่งยากของคนทั่วไป หรือมีผู้ร้องคัดค้านเข้ามา จึงมีความจำเป็นต้องแต่งตั้งทนายความเข้ามาดำเนินการแทน เพื่อความสะดวกและความถูกต้อง เป็นการป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้

สนใจติดต่อเราเพื่อยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ โดยท่านไปศาลเพื่อไต่สวนเพียงแค่วันเดียวเท่านั้น ซึ่งนอกนั้นเราจะดำเนินการให้ทั้งหมด จนได้รับคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก และหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด

  สิระ เจนจาคะ